ลองไปฟังท่านานยก แถลงการณ์ย้อนหลัง
สำหรับคนที่พลาดไปนะค่ะ
http://www.youtube.com/watch?v=_hSne3b91uA
By นางสาว กนกวรรณ ธาตุอินจันทร์ 4831205222
วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551
สื่อต่างชาติรายงานข่าวอย่างต่อเนื่อง [27 ส.ค. 51 - 04:38]
เมื่อวันที่ 26 ส.ค.สำนักข่าวต่างประเทศ ทั้งเอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ ยังตามรายงานเกาะติดวิกฤติการเมืองไทยอย่างต่อเนื่องว่า หลังกลุ่มผู้สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯอย่างน้อย 20,000 คน ออกมาประท้วงใหญ่ มีการบุกเข้าไปที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีหรือช่อง 11 เก่า และอีกหลายกระทรวง รวมทั้งบริเวณทำเนียบรัฐบาล กดดันให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯ และรัฐบาลชุดปัจจุบันลาออก อ้างเป็นหุ่นเชิดของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่ช่วงเช้า และแม้มีข่าวผู้ประท้วงบางกลุ่มมีอาวุธ แต่ก็ยังไม่พบมีเหตุรุนแรง ต่อมานายสมัครได้แถลงข่าวผ่านโทรทัศน์ว่า รัฐบาลหมดความอดทนแล้ว พร้อมให้คำมั่นจะใช้มาตรการเด็ดขาดจัดการกับกลุ่มผู้ประท้วง และว่าตำรวจจะใช้ทุกวิถีทาง เพื่อรื้อฟื้นความเป็นปกติสุขกลับมาโดยเร็วที่สุด ไม่นานจากนั้นตำรวจประกาศให้ผู้ ประท้วงออกจากบริเวณทำเนียบรัฐบาลภายใน 18.00 น. ไม่เช่นนั้นจะถูกผลักดันให้ออกไป แรงกระเพื่อมจากเหตุประท้วง ยังส่งให้หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ร่วง 2.26% ฝ่ายนักวิเคราะห์ชี้ว่า ความยุ่งเหยิงที่เกิดกับรัฐบาลในช่วงเศรษฐกิจฝืดเคืองและเงินเฟ้อสูง เป็นสิ่งสุดท้ายที่ระบบเศรษฐกิจต้องการ
นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รักษาการผู้อำนวยการศูนย์นเรนทร กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของสถานพยาบาลในการรับมือเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นเพื่อรองรับ ผู้บาดเจ็บในการชุมนุมว่า ได้มีการประชุมเตรียมความพร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฯลฯ สำหรับสถานพยาบาลทุกแห่ง ในบริเวณจุดต่างๆที่ใกล้กับสถานที่ชุมนุมทั่ว กทม. ได้มีการเตรียมพร้อมทั้งหมดแล้ว เช่น โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลพระมงกุฎ วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานคร และวชิรพยาบาล โดยได้เตรียมความพร้อมรถพยาบาลฉุกเฉิน ไว้กว่า 60 คัน เพื่อรองรับเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นที่สถานี วิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ขณะเดียวกันก็เตรียมพร้อมในทุกพื้นที่ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ด้วย โดยเฉพาะรถกู้ชีพทั้งของโรงพยาบาล และอาสาสมัคร เอกชนกว่าหลายร้อยคันด้วย
เขียนโดย น.ส.ศิวะพร จันทร์ตรี ID : 5131601599
ห่วงคนไทยเครียดแนะพักรับข่าวสาร [27 ส.ค. 51 - 04:37]นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเมื่อวันที่ 26 ส.ค.ว่า เชื่อว่าประชาชนจะเกิดความเครียด และความวิตกกังวลแน่นอน คนที่ส่งบุตรหลานไปเรียนหนังสือก็จะวิตกกังวลว่าบุตรหลานของตัวเองจะไปโรงเรียนได้หรือไม่ ซึ่งตนอยากวิงวอนในส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องในการชุมนุมครั้งนี้ว่าทำอะไรอยากให้คิดถึงคนส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯด้วย ซึ่งมีคนกรุงเทพฯอีกหลายล้านคนที่ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมครั้งนี้ แต่กลับต้องมาได้รับผลกระทบ กิจการงานทุกอย่างต้องมาหยุดชะงัก ซึ่งก็ไม่ทราบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมต้องการให้เกิดอะไรหรือไม่ แต่เชื่อว่าคงจะมีเหตุผล และตนเชื่อว่าหากไปถามประชาชนในกรุงเทพฯว่าสบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้หรือไม่ คนส่วนใหญ่จะรู้สึกอึดอัด และสงสัยว่าทำไมไม่พูดตกลงกันให้รู้เรื่อง อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากแนะนำให้ลองมองในมุมกลับ พลิกวิกฤติเป็นโอกาส มองเป็นการพัฒนาการของประชาธิปไตย และเรียนรู้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหมือนเป็นการสอนจากของจริง เพราะเหตุการณ์ในลักษณะนี้ล้วนเคยเกิดขึ้นมาแล้วในประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ถ้าหากเกิดการเครียดจากการดูข่าวการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ก็ควรพักหยุดรับข่าวสารบ้าง
เขียนโดย น.ส.ศิวะพร จันทร์ตรี ID : 5131601599
จาตุรนต์
ชมกองทัพย้ำไม่ปฏิวัติ [28 ส.ค. 51 - 05:25]
ชมกองทัพย้ำไม่ปฏิวัติ [28 ส.ค. 51 - 05:25] วานนี้ (27 ส.ค.) เวลา 16.00 น. ที่โรงแรมเรดิสัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า การไม่ยอมรับกติกาของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นความคิดแบบอนาธิปไตยที่พยายามเคลื่อนไหวทุกวิถีทาง เพื่อให้มีการปฏิวัติรัฐประหาร มุ่งล้มรัฐบาลโดยใช้กำลัง อาวุธและความรุนแรง แต่มั่นใจว่าการกระทำดังกล่าวจะไม่สามารถยึดอำนาจได้สำเร็จ แม้กดดันโดยใช้กำลังให้ รัฐบาลควรลาออก เพราะการเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรฯไม่มีความชอบธรรม พยายามขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่ถูกต้อง ทำให้ขาดการสนับสนุนจากฝ่ายต่างๆ สังคมไทยจึงไม่เห็นดีเห็นงามกับแนวคิดที่จะให้เกิดการรัฐประหารอีกแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ประเทศเคยผ่านจุดที่วิกฤติในลักษณะดังกล่าวมาก่อนแล้วจึงทำให้ไม่ได้รับความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณผู้นำกองทัพที่ให้ความเชื่อมั่นว่าจะไม่ให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร ดังนั้น องค์กรประชาธิปไตยควรจะมอบดอกไม้ให้กองทัพอีกครั้ง ส่วนรัฐบาลต้องอดทนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และหลีกเลี่ยงความรุนแรงอย่างสุดความสามารถ ถึงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของเหตุการณ์นี้
พปช.หนุนมาตรการจับแกนนำพันธมิตร
ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลอนุมัติหมายจับแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 9 คน ว่า ถือเป็นการดำเนินการตามกฎหมายอย่างละม่อม โดยไม่ได้ใช้ความรุนแรงมาจัดการ เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะตลอดที่ผ่านมารัฐบาลใช้ความอดทน อดกลั้นมาตลอด ดังนั้นเมื่อมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น รัฐบาลต้องดำเนินคดี เพราะบ้านเมืองมีกฎหมาย มีขื่อมีแปอยู่
ด้านนายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม รองโฆษกพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องเดียวกันว่า เชื่อว่าเป็นผลดีต่อประเทศโดยรวม เนื่องจากพฤติกรรมกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นภัยต่อประเทศไทย และระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับที่ศาลอนุมัติหมายจับ จะเห็นได้จากผลสำรวจของกรุงเทพโพลที่ระบุชัดประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 72.6 ไม่ยอมรับกับพฤติกรรมการชุมนุมของพันธมิตรฯ เพราะเป็นการเคลื่อนไหวทำให้ประเทศเสียหายทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และนานาชาติโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวนั้น วันนี้เสียหายอย่างยับเยินแล้ว
ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลอนุมัติหมายจับแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 9 คน ว่า ถือเป็นการดำเนินการตามกฎหมายอย่างละม่อม โดยไม่ได้ใช้ความรุนแรงมาจัดการ เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะตลอดที่ผ่านมารัฐบาลใช้ความอดทน อดกลั้นมาตลอด ดังนั้นเมื่อมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น รัฐบาลต้องดำเนินคดี เพราะบ้านเมืองมีกฎหมาย มีขื่อมีแปอยู่
ด้านนายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม รองโฆษกพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องเดียวกันว่า เชื่อว่าเป็นผลดีต่อประเทศโดยรวม เนื่องจากพฤติกรรมกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นภัยต่อประเทศไทย และระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับที่ศาลอนุมัติหมายจับ จะเห็นได้จากผลสำรวจของกรุงเทพโพลที่ระบุชัดประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 72.6 ไม่ยอมรับกับพฤติกรรมการชุมนุมของพันธมิตรฯ เพราะเป็นการเคลื่อนไหวทำให้ประเทศเสียหายทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และนานาชาติโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวนั้น วันนี้เสียหายอย่างยับเยินแล้ว
“พัลลภ” โวยลั่นไม่ยุ่งกลุ่มพันธมิตร
วันเดียวกัน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวย การรักษาความมั่นคงภายใน (รอง ผอ.รมน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกรัฐบาล ออกมาระบุ ว่า พล.อ.พัลลภและ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ อยู่เบื้องหลังม็อบพันธมิตรฯและกลุ่มนักรบศรีวิชัยว่า ไม่จริง ไม่รู้จักกับคนพวกนี้ ไม่เคยยุ่งกับกลุ่มนี้แม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้น จะไปเกี่ยวได้อย่างไร ในกลุ่มที่ตนรู้จักมีแต่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เท่านั้นเพราะเรียนด้วยกันและเป็นเพื่อนกันมานานตั้งแต่สมัยเรียน จปร. แต่ความคิดในการดำเนินการทางการเมือง ไม่ค่อยเหมือนกัน ไม่ค่อยไปยุ่งอะไรกับเขา ต่างคนต่าง ทำงานการเมืองในวิถีทางของตนเอง จึงแปลกใจที่มีข่าวว่าตนอยู่เบื้องหลังม็อบนี้ ขอย้ำอีกครั้งว่าที่ผ่านมาไม่เคยยุ่งกับม็อบนี้สักครั้ง ไม่เคยไปร่วม ไม่เคยขึ้นเวที จึงสงสัยว่าเหตุใดจึงโยงตนไปเกี่ยวกับม็อบนี้ได้
วันเดียวกัน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวย การรักษาความมั่นคงภายใน (รอง ผอ.รมน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกรัฐบาล ออกมาระบุ ว่า พล.อ.พัลลภและ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ อยู่เบื้องหลังม็อบพันธมิตรฯและกลุ่มนักรบศรีวิชัยว่า ไม่จริง ไม่รู้จักกับคนพวกนี้ ไม่เคยยุ่งกับกลุ่มนี้แม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้น จะไปเกี่ยวได้อย่างไร ในกลุ่มที่ตนรู้จักมีแต่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เท่านั้นเพราะเรียนด้วยกันและเป็นเพื่อนกันมานานตั้งแต่สมัยเรียน จปร. แต่ความคิดในการดำเนินการทางการเมือง ไม่ค่อยเหมือนกัน ไม่ค่อยไปยุ่งอะไรกับเขา ต่างคนต่าง ทำงานการเมืองในวิถีทางของตนเอง จึงแปลกใจที่มีข่าวว่าตนอยู่เบื้องหลังม็อบนี้ ขอย้ำอีกครั้งว่าที่ผ่านมาไม่เคยยุ่งกับม็อบนี้สักครั้ง ไม่เคยไปร่วม ไม่เคยขึ้นเวที จึงสงสัยว่าเหตุใดจึงโยงตนไปเกี่ยวกับม็อบนี้ได้
“เตช” ร่อนหนังสือแจงต่างชาติ
ด้านนายเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ออกโทรเลขถึงสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยในต่างประเทศทั่วโลกแล้ว โดยลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เวลา 05.30 น. ของวันที่ 26 ส.ค. ที่มีนักรบศรีวิชัยได้เข้าไปในที่ทำการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยเอ็นบีที มาจนถึงตอนเย็น ซึ่งได้เข้าไปชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตาม วันนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศจะมีโทรเลขออกไปอีกเพื่อตอบคำถาม เพราะแน่นอนว่าทั้งโลกคงติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยว่าอะไรจะเกิดขึ้นใน 1-2 วันข้างหน้า ทั้งนี้ หวังว่าสถานการณ์ จะไม่บานปลาย และจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น เพราะถ้าเกิดขึ้นจะเป็นผลที่ไม่ดีอย่างยิ่งต่อประเทศไทยสิ่งที่เกิดขึ้นก็แน่นอนว่ากระทบกระเทือนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เราอยากจะให้ต่างประเทศเข้าใจว่าเหตุการณ์ ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตทางการเมืองประชาธิปไตยของไทย
ด้านนายเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ออกโทรเลขถึงสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยในต่างประเทศทั่วโลกแล้ว โดยลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เวลา 05.30 น. ของวันที่ 26 ส.ค. ที่มีนักรบศรีวิชัยได้เข้าไปในที่ทำการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยเอ็นบีที มาจนถึงตอนเย็น ซึ่งได้เข้าไปชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตาม วันนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศจะมีโทรเลขออกไปอีกเพื่อตอบคำถาม เพราะแน่นอนว่าทั้งโลกคงติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยว่าอะไรจะเกิดขึ้นใน 1-2 วันข้างหน้า ทั้งนี้ หวังว่าสถานการณ์ จะไม่บานปลาย และจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น เพราะถ้าเกิดขึ้นจะเป็นผลที่ไม่ดีอย่างยิ่งต่อประเทศไทยสิ่งที่เกิดขึ้นก็แน่นอนว่ากระทบกระเทือนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เราอยากจะให้ต่างประเทศเข้าใจว่าเหตุการณ์ ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตทางการเมืองประชาธิปไตยของไทย
แจงนายกฯรับชี้ขาดพาสปอร์ตแดง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากการเมืองไทยเป็นแบบนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการขอลี้ภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ นายเตชตอบว่า ไม่ทราบและขณะนี้กระบวนการขอลี้ภัยของอดีตนายกฯตนไม่ทราบว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว และไม่ทราบว่าจะยกสถานการณ์ ปัจจุบันไปเป็นข้ออ้างด้วยหรือไม่ ส่วนการเพิกถอนหนังสือเดินทางการทูตของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ได้หารือกับนายกฯแล้วเมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยนายกฯเป็นผู้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นพูดเอง และบอกว่าได้รับหนังสือจากกระทรวงการต่างประเทศ จะได้พิจารณาด้วยตัวเอง อีกทั้งบอกกับตนว่าไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป พร้อมกับไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่จะตัดสินใจในเรื่องนี้ใดๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากการเมืองไทยเป็นแบบนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการขอลี้ภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ นายเตชตอบว่า ไม่ทราบและขณะนี้กระบวนการขอลี้ภัยของอดีตนายกฯตนไม่ทราบว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว และไม่ทราบว่าจะยกสถานการณ์ ปัจจุบันไปเป็นข้ออ้างด้วยหรือไม่ ส่วนการเพิกถอนหนังสือเดินทางการทูตของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ได้หารือกับนายกฯแล้วเมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยนายกฯเป็นผู้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นพูดเอง และบอกว่าได้รับหนังสือจากกระทรวงการต่างประเทศ จะได้พิจารณาด้วยตัวเอง อีกทั้งบอกกับตนว่าไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป พร้อมกับไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่จะตัดสินใจในเรื่องนี้ใดๆ
เขียนโดย น.ส.ศิวะพร จันทร์ตรี ID : 5131601599
สุรินทร์ เผยอาเซียนห่วงการเมืองไทย [29 ส.ค. 51 - 04:52]
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เปิดเผยระหว่างเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (เออีเอ็ม) ครั้งที่ 40 ที่ประเทศสิงคโปร์ ว่า อาเซียนกำลังเฝ้ามองปัญหาการเมืองของไทยด้วยความห่วงใย หลังกลุ่มพันธมิตรฯบุกยึดทำเนียบรัฐบาล เพราะเกรงจะกระทบต่อการทำหน้าที่ประธานอาเซียนของไทย และการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม สุดยอดผู้นำอาเซียนในปลายปีนี้ ที่จะมีการลงนามข้อตกลงหลายฉบับเพื่อนำไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ดังนั้น เหตุการณ์ภายในประเทศจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศสมาชิก และคาดหวังว่าการเมืองไทยจะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติโดยเร็ว ไทยต้องเร่งแก้ไขปัญหาการเมืองภายในให้ยุติภายใน 1 ปีครึ่งนับจากนี้ ไม่เช่นนั้นอาจสูญเสียโอกาสในการแสดงศักยภาพให้ทั่วโลกได้รับรู้ และสร้างความผิดหวังให้กับสมาชิกอาเซียนที่มีความเชื่อมั่นในฐานะที่ไทยเป็นผู้ริเริ่มให้เกิดอาเซียน โดยเฉพาะในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ซึ่งไทยจะมีโอกาสเล่นบทบาทบนหน้าจอทีวีโลก ที่จะส่งผลต่ออำนาจต่อรองได้
สื่อต่างชาติวิเคราะห์รัฐบาลอยู่รอด
ด้านสำนักข่าวต่างประเทศยักษ์ใหญ่ทั้งเอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ ต่างรายงานเกาะติดสถานการณ์เหตุวุ่นวาย ทางการเมืองของไทย โดยมีบทวิจารณ์ของนายไมเคิล มอนเตซาโน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำศูนย์ศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ระบุว่า แม้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลจะเผชิญแรงเสียดทานจากการประท้วงใหญ่ของพันธมิตรฯ แต่ก็จะรอดพ้นวิกฤติตรงจุดนี้ไปได้ เพราะกลยุทธ์หลายประการที่กลุ่มพันธมิตรฯนำมาใช้ รวมถึงการบุกยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีของรัฐ ทำให้ขาดความชอบธรรมและหาคนสนับสนุนเพิ่มเติมยากขึ้น รวมถึงการที่นายสมัคร ยืนยันไม่ใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วง โดยให้เป็นหน้าที่ของศาลตัดสินแก้ปัญหาแทน
บีบีซีชี้สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง
ส่วนนายโจนาธาน เฮด จากสำนักข่าวบีบีซี ระบุว่า นับจากผ่านพ้นการปฏิวัติมาเกือบ 2 ปี ดูเหมือนประชาธิปไตยของไทยจะไม่ก้าวหน้าไปไหนไกล เหตุวุ่นวายทางการเมืองปัจจุบันเป็นผลมาจากยุคอดีตนายกฯทักษิณที่แม้จะพ้นอำนาจและระบุจะไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองแล้ว แต่จากท่าทีรัฐบาลปัจจุบันและของนายสมัครหลายอย่างที่ดูเหมือนจะเข้าฝ่ายอดีตนายกฯทักษิณ รวมทั้งการตั้งท่าแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราที่เป็นปัญหา ยิ่งเติมเชื้อไฟให้ฝ่ายต่อต้านเดินหน้าประท้วงแบบกัดไม่ปล่อย แม้เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญจะถูกพักไว้แล้ว แต่สถานการณ์ในไทยยังคงน่าห่วง เพราะกลุ่มพันธมิตรฯได้รับการสนับสนุนจากคนหลายกลุ่ม ฉะนั้น การแตกร้าวที่เกิดมาตั้งแต่ยุคอดีตนายกฯทักษิณ จึงยังไม่ยุติลงง่ายๆ ขณะที่นายซง เซ็ง วูน นักเศรษฐศาสตร์ระดับภูมิภาคของ CIMB-GK ธนาคารเพื่อการลงทุนในสิงคโปร์ ระบุว่า เหตุวุ่นวายภายในของไทยเกิดในจังหวะที่นักลงทุนโดนผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอยู่แล้ว ตราบใดที่ไม่เกิดความรุนแรงบนถนน นักลงทุนก็จะไม่หอบเงินหนีจากไทยแน่นอน
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เปิดเผยระหว่างเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (เออีเอ็ม) ครั้งที่ 40 ที่ประเทศสิงคโปร์ ว่า อาเซียนกำลังเฝ้ามองปัญหาการเมืองของไทยด้วยความห่วงใย หลังกลุ่มพันธมิตรฯบุกยึดทำเนียบรัฐบาล เพราะเกรงจะกระทบต่อการทำหน้าที่ประธานอาเซียนของไทย และการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม สุดยอดผู้นำอาเซียนในปลายปีนี้ ที่จะมีการลงนามข้อตกลงหลายฉบับเพื่อนำไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ดังนั้น เหตุการณ์ภายในประเทศจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศสมาชิก และคาดหวังว่าการเมืองไทยจะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติโดยเร็ว ไทยต้องเร่งแก้ไขปัญหาการเมืองภายในให้ยุติภายใน 1 ปีครึ่งนับจากนี้ ไม่เช่นนั้นอาจสูญเสียโอกาสในการแสดงศักยภาพให้ทั่วโลกได้รับรู้ และสร้างความผิดหวังให้กับสมาชิกอาเซียนที่มีความเชื่อมั่นในฐานะที่ไทยเป็นผู้ริเริ่มให้เกิดอาเซียน โดยเฉพาะในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ซึ่งไทยจะมีโอกาสเล่นบทบาทบนหน้าจอทีวีโลก ที่จะส่งผลต่ออำนาจต่อรองได้
สื่อต่างชาติวิเคราะห์รัฐบาลอยู่รอด
ด้านสำนักข่าวต่างประเทศยักษ์ใหญ่ทั้งเอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ ต่างรายงานเกาะติดสถานการณ์เหตุวุ่นวาย ทางการเมืองของไทย โดยมีบทวิจารณ์ของนายไมเคิล มอนเตซาโน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำศูนย์ศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ระบุว่า แม้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลจะเผชิญแรงเสียดทานจากการประท้วงใหญ่ของพันธมิตรฯ แต่ก็จะรอดพ้นวิกฤติตรงจุดนี้ไปได้ เพราะกลยุทธ์หลายประการที่กลุ่มพันธมิตรฯนำมาใช้ รวมถึงการบุกยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีของรัฐ ทำให้ขาดความชอบธรรมและหาคนสนับสนุนเพิ่มเติมยากขึ้น รวมถึงการที่นายสมัคร ยืนยันไม่ใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วง โดยให้เป็นหน้าที่ของศาลตัดสินแก้ปัญหาแทน
บีบีซีชี้สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง
ส่วนนายโจนาธาน เฮด จากสำนักข่าวบีบีซี ระบุว่า นับจากผ่านพ้นการปฏิวัติมาเกือบ 2 ปี ดูเหมือนประชาธิปไตยของไทยจะไม่ก้าวหน้าไปไหนไกล เหตุวุ่นวายทางการเมืองปัจจุบันเป็นผลมาจากยุคอดีตนายกฯทักษิณที่แม้จะพ้นอำนาจและระบุจะไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองแล้ว แต่จากท่าทีรัฐบาลปัจจุบันและของนายสมัครหลายอย่างที่ดูเหมือนจะเข้าฝ่ายอดีตนายกฯทักษิณ รวมทั้งการตั้งท่าแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราที่เป็นปัญหา ยิ่งเติมเชื้อไฟให้ฝ่ายต่อต้านเดินหน้าประท้วงแบบกัดไม่ปล่อย แม้เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญจะถูกพักไว้แล้ว แต่สถานการณ์ในไทยยังคงน่าห่วง เพราะกลุ่มพันธมิตรฯได้รับการสนับสนุนจากคนหลายกลุ่ม ฉะนั้น การแตกร้าวที่เกิดมาตั้งแต่ยุคอดีตนายกฯทักษิณ จึงยังไม่ยุติลงง่ายๆ ขณะที่นายซง เซ็ง วูน นักเศรษฐศาสตร์ระดับภูมิภาคของ CIMB-GK ธนาคารเพื่อการลงทุนในสิงคโปร์ ระบุว่า เหตุวุ่นวายภายในของไทยเกิดในจังหวะที่นักลงทุนโดนผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอยู่แล้ว ตราบใดที่ไม่เกิดความรุนแรงบนถนน นักลงทุนก็จะไม่หอบเงินหนีจากไทยแน่นอน
น.ส.ศิวะพร จันทร์ตรี ID : 5131601599
การชุมนุมพันธมิตรภายในทำเนียบฯ เริ่มตึงเครียด [29 ส.ค. 51 - 11:00]ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในทำเนียบรัฐบาล เริ่มมีความตึงเครียด หลังมีการปิดประกาศหมายบังคับคดีให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทราบ ล่าสุด พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำฯ ขึ้นเวทีปราศรัย ระดมผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ให้มานั่งรวมกันหน้าเวทีให้เต็มพื้นที่สนามหญ้า โดยมีการป่าวประกาศว่า ตำรวจกำลังเดินทางเข้ามา พร้อมปลุกระดมให้ประชาชนเข้ามาในทำเนียบฯ ขณะที่แกนนำฯ คนอื่นๆ ก็ได้มานั่งท่ามกลางผู้ชุมนุมแล้ว
ขณะที่ตำรวจปราบจราจลบุกเข้าประตู 5 ทำเนียบฯ หวังเคลียร์พื้นที่ครึ่งทำเนียบฯ ตั้งแต่ที่ประชุม ครม. สำนักเลขาธิการ ครม. จนถึง ประตู 5 ทั้งนี้มีการปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมเล็กน้อย พร้อมประกาศยังไม่มีการปะทะ
เขียนโดย น.ส.ศิวะพร จันทร์ตรี ID : 5131601599
ติดประกาศพร้อมกัน 5 จุด ขู่โทษอาญาฉีกหมายศาล [29 ส.ค. 51 - 10:24]
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังการหารือระหว่างเจ้าพนักงานบังคับคดีกับตำรวจ นายศุภชัย ใจสมุทร ทนายความของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะนำคำสั่งศาลไปติดประกาศให้แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และผู้ชุมนุมออกจากทำเนียบรัฐบาล และรื้อถอนสิ่งกีดขวางบริเวณถนนราชดำเนิน โดยจะนำหมายศาลไปติด 5 จุด คือ สะพานชมัยมรุเชฐ สะพานมัฆวาน แยกสวนมิสกวัน แยกลานพระบรมรูปทรงม้า สะพานอรทัย ทุกจุดเจ้าหน้าที่จะมาพร้อมกำลังตำรวจ 150 นาย เพื่อป้องกันการขัดขวางของพันธมิตรฯ ก่อนติดประกาสจะอ่านประกาศให้ผู้ชุมนุมทราบ พร้อมยืนยันดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย หากมีการทำลาย หรือฉีกประกาศ ถือว่ามีความผิดทางอาญา ฐานขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับมีรายงานว่า พ.ต.อ.พิชิตชัย ศรียานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 พร้อมตำรวจสันติบาลเกือบ 10 นาย เดินทางไปยังประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเก็บอาวุธของกลางที่อยู่บริเวณชั้น 2 ของกองรักษาการของตำรวจภายในทำเนียบรัฐบาล
พ.ต.อ.พิชิตชัย กล่าวว่า อาวุธดังกล่าวจำเป็นต้องมีอยู่ภายในทำเนียบฯ อยู่แล้ว เพื่อเตรียมรักษาความปลอดภัย แต่ขณะนี้ต้องนำไปเก็บ โดยเฉพาะอาวุธที่คาดว่าจะเป็นอันตราย เพราะอาจมีผู้ไม่หวังดีนำไปก่อความวุ่นวาย ขณะที่ระหว่างการขนอาวุธ มีกลุ่มพันธมิตรฯมาดูแลตลอดเวลา
เขียนโดย น.ส.ศิวะพร จันทร์ตรี ID : 5131601599
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
